เฟอร์กูสันให้มอยส์ตัดสินอนาคตรูนีย์ หลังจบฤดูกาล

เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือผู้ปลุกปั้นให้ดาวยิงทีมชาติอังกฤษโด่งดังจนถึงทุกวันนี้ และจะกายเป็นอดีตโค้ตที่จะอำลาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด หลังจบฤดูกาลนี้ เชื่อมั่นว่า รูนีย์ยังเป็นสุดยอดกองหน้าอยู่เสมอ “มันไม่ใช่การตัดสินใจของผมแล้วในตอนนี้ เราไม่รับการขึ้นบัญชีของย้ายทีม เขาควรที่จะกลับไปคิดทบทวนใหม่อีกครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่มีความสุขที่ถูกดร็อปในซีซั่นนี้ แต่รูนีย์ก็ยังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มและไม่ควรที่จะไป” กุนซือวัย 71 ปี กล่าวจาก

และเดวิด มอยส์ ว่าที่ผู้จัดการทีมคนใหม่วัย 50 ปี ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงยกย่อง เวย์น รูนีย์ อดีตดาวรุ่งที่เขาเอามาปั้นเองกับมือที่เอฟเวอร์ตัน ว่าคือสุดยอดดาวยิงตัวจริง

อนาคตของหัวหอกทีมชาติอังกฤษในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเริ่มไม่แน่นอน หลังเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เทรนเนอร์คนปัจจุบัน ออกมาบอกว่ารูนีย์ได้มาขอขึ้นบัญชีย้ายทีมทำให้เขาได้รับความสนใจทั้งจากอาร์เซนอล, เชลซี,บาเยิร์น มิวนิคและเปแอสเช

“เวย์น รูนีย์เป็นนักเตะที่มีความสามารถพิเศษสูง ตอนที่ผมขายเขาให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด เขายังเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมเสมอแม้เขาจะย้ายออกจากทีมไปแล้วก็ตาม บางอย่างที่เขาทำตอนฝึกซ้อมทำให้พวกสตาฟฟ์โค้ชถึงกับอุทานได้เสมอว่า เขาทำได้ยังไง เราได้แต่มองตากันและบอกว่าเขาทำได้จริงหรอเนี่ย” กุนซือชาวสก็อต บอกกับ ผู้สื่อข่าว

“เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำมันบอกว่าเขาเป็นคนที่คลั่งไคล้ฟุตบอลมากแค่ไหน ทุกครั้งที่มีการฝึกซ้อมเขามักจะชอบวิ่งไปหาจังหวะยิงลูกกลางอากาศอยู่บ่อยๆ ซึ่งตอนนั้นที่ผมเห็นคือเขาเพิ่งอายุ 16 ปีเท่านั้น และพอเสร็จจากการฝึกซ้อมเขายังไปหาที่เล่นฟุตบอลที่อื่นกับเพื่อนอีก มันทำให้ผมแปลกใจจริงๆ”

“บางคนอาจจะมองเขาว่าเป็นพวกนักบอลข้างถนน แต่ผมคิดว่าเขาคือนักบอลสไตล์ข้างถนนที่คลาสสิตมากคนหนึ่ง คุณอาจจะเห็นเขาเล่นบอลข้างถนน เช่นการเตะบอลอัดกับกำแพงเอย บอลถ้วยหรือการเล่นกับเพื่อน มันเป็นเรืองปกติเลยนะสำหรับเรื่องแบบนี้ที่กลาสโกว์ เพราะฉะนั้นมันจึงทำให้ผมชอบเขาเป็นพิเศษ”

แฟร์กน็องเดซเตือนเปแอสเชว่าราฟาเอล มือไม่ถึง

        หลุยส์ แฟร์กน็องเดซ ตำนานกองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ชุดบอลถ้วยแชมป์ยูโร 1984 และอดีตเทรนเนอร์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สโมสรมหาเศรษฐีแห่งศึกลีก เอิง ออกมากล่าวเตือนอดีตต้นสังกัด หวังดี หลังได้ข่าวอดีตต้นสังกัดคิดแต่งตั้ง ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นกุนซือคนใหม่แทน คาร์โล อันเชลอตติ ในซีซั่นหน้า อย่าทำผิดพลาดด้วยการแยกทางกับ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือคนปัจจุบัน และแต่งตั้ง ราฟาเอล เบนิเตซ โค้ชชาวสเปน เข้ามานั่งเก้าอี้แทน เนื่องจากเชื่อว่า “เอล ราฟา” ไม่เหมาะกับการเป็นนายใหญ่แห่งถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์

อัน เชลอตติ ได้รับการคาดหมายว่าอาจจะอำลา เปแอสเช ไปคุมทีม เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่ลา ลีกา สเปน ในช่วงซัมเมอร์นี้ แทนที่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีส ที่มีแนวโน้มสูงว่าจะกลับไปรับงานที่อังกฤษ อีกครั้งกับ

“สิงโต น้ำเงินคราม” เชลซี ทำให้ว่าที่แชมป์ลีก เอิง ฤดูกาลนี้ต้องมองหาผู้สืบทอดคนใหม่ โดยตอนแรกมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ อาร์เซน่อล แต่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่คิดจะย้ายไปไหนทั้งนั้น

ด้วย เหตุนี้ทำให้เศรษฐีประจำกรุงปารีส หันมาให้ความสนใจในตัว เบนิเตซ ที่กำลังจะหมดสัญญากับ “สิงห์บลูส์” หลังจบซีซั่นนี้ แต่ แฟร์กน็องเดซ รีบออกมาเบรกด้วยการแนะนำให้คิดใหม่อีกที โดยกล่าวว่า “ถ้า คาร์โล อันเชลอตติ จากไป ซึ่งไม่ได้อยู่ในแผนที่คิดไว้ พวกเขาต้องหาตัวแทนมาให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เวนเกอร์ หรือ มูรินโญ่ คือคนที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ ราฟาเอล เบนิเตซ”

บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม บาร์เซโลน่า เละเทะเข้าไปชิงชนะเลิศกับดอร์ทมุนด์ ปลายนี้

แหล่งข่าว รายงานว่า นาทีนี้ไม่มีประเทศไหนจะปลื้มปีติไปกับผลงานของทีมลูกหนังชาติตัวเองมากไปกว่าเยอรมัน อีกแล้ว หลัง บาเยิร์น มิวนิค ถล่ม บาร์เซโลน่า เละเทะเข้าไปชิงชนะเลิศกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ปลายเดือนพฤษภาคมนี้  เมื่อสื่อกีฬาเมืองเบียร์ รวมถึงนายกรัฐมนตรีต่างออกมาพร้อมใจสรรเสริญถึงความสุดยอดเป็นเสียงเดียวกัน

สื่อเยอรมัน พร้อมใจกันสดุดีให้กับความสำเร็จของ 2 ตัวแทนจากศึกบุนเดสลีกา ทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่ทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศกันเอง ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ หลังจาก “เสือใต้” บุกย้ำแค้น บาร์เซโลน่า 3-0 ถึงถิ่นคัมป์ นู ในรอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา รวมผล 2 นัดผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวมถล่มทลายถึง 7-0

ดอร์ทมุนด์ เข้าไปยืนรอในรอบชิงดำที่สนามเวมบลีย์ ในวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคมนี้ก่อนแล้ว หลังบุกไปแพ้ เรอัล มาดริด 0-2 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้ผ่านเข้ารอบบอลถ้วยด้วยประตูรวม 4-3 ซึ่งการเข้าไปชิงกับ บาเยิร์น ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยูโรเปี้ยนคัพ นัดชิงชนะเลิศ ที่เป็นการพบกันเองระหว่าง 2 ตัวแทนจากเยอรมัน หรือที่เรียกว่า “ออล-เยอรมัน ไฟนอล” และสำหรับ “เสือใต้” ครั้งนี้ถือเป็นการเข้าชิงถ้วยยูซีแอล หนที่ 3 ในรอบ 4 ปีหลังสุดแล้ว

“บิลด์” แท็บลอยด์ยอดขายสูงสุดของเยอรมัน พาดหัวว่า “เราเป็นเต้ยในแชมเปี้ยนส์ ลีก บาเยิร์น ขยี้ บาร์ซ่า ยับ” พร้อมเปรียบรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้ว่าเป็นดั่งรอบชิงในฝัน เปรียบได้กับเมื่อครั้ง พระคาร์ดินัล โยเซฟ รัตซิงเกอร์ ชาวเยอรมัน ได้รับเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ ที่ 16 เมื่อเดือนเมษายน ปี 2005 เลยทีเดียว

ขณะที่ “ได เวลต์” หนังสิอพิมพ์ขนาดใหญ่ เลือกใช้คำอธิบายในแนวค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมกว่าเล็กน้อยว่า “เหตุผลที่ต้องภูมิใจ แต่กรุณาอย่าเสพติดชัยชนะ” โดยอย่างน้อยๆ ก็จะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าทีมจากเยอรมัน จะได้ครองถ้วยใบโตยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี หลังจาก บาเยิร์น คว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายดวลการดวลจุดโทษชนะ บาเลนเซีย เมื่อปี 2001

พร้อมกันนี้ ยังมีการสอดแทรกคำพูดอมตะของ ฟร้านซ์ เบ๊คเค่นเบาเออร์ ตำนานเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันตะวันตก ที่เคยฟันธงเป็นประโยคสุดคลาสสิกว่า “ฟุตบอลเยอรมันจะก้าวขึ้นมาเป็นใหญอีกหลายปี” หลังนำ “อินทรีเหล็ก” คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ในปี 1990

นอกจากนี้ “ได เวลต์” ยังมีเนื้อหายกย่อง บาเยิร์น เพิ่มเติมอีกว่า “มันเป็นกระแสลมของยุคใหม่ บาเยิร์น ไม่เพียงแต่ทำให้ บาร์เซโลน่า ต้องขายหน้าเป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ แต่พวกเขายังแสดงให้เห็นถึงความเหนือกว่าอย่างชัดเจนต่อ บาร์ซ่า ที่เคยสร้างความมหัศจรรย์มาได้ตลอดก่อนหน้านี้”

ด้าน “ไซต์” หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ร่วมสรรเสริญเยินยอว่า “กับชัยชนะอันแสนง่ายดาย บาเยิร์น ส่ง บาร์เซโลน่า สู่ความพ่ายแพ้ครั้งประวัติศาสตร์ มันน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ และจุดสิ้นสุดของยุคเก่า 3-0 ที่คัมป์ นู, 7-0 ในสกอร์รวม บาเยิร์น เด็ดขาดสุดๆ ทั้งการบัญชาเกมและความมั่นใจ มันคือการเข้าชิงครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปี มันคือความสำเร็จที่น่าทึ่ง”

“แฟร้งค์เฟิร์ตเตอร์ ออลเยมีน ไซตุ้ง” หนังสือพิมพ์ขนาดยักษ์อีกฉบับ เน้นความเรียบง่าย โดยใช้คำว่า “บาเยิร์น ตาม ดอร์ทมุนด์ เข้าไปยังรอบชิงชนะเลิศในฝัน” และยังเผื่อพื้นที่ในการแสดงความเคารพต่อ บาร์เซโลน่า ด้วยว่า “ท้ายที่สุดต้องเห็นใจ บาร์เซโลน่า เอฟซี บาเยิร์น ตอกย้ำชัยชนะเหนือชาวสแปนิชเป็นครั้งที่ 2 หลังจาก บาร์เซโลน่า พ่ายคารัง 0-3 และปล่อย (ลิโอเนล) เมสซี่ ไว้ที่ข้างสนาม”

ปิดท้ายที่ นาง แองเจล่า แมร์เคิ่ล นายกรัฐมนตรีเยอรมัน เขียนแสดงความยินดีผ่าน “เฟซบุ๊ค” เครือข่ายสังคมออนไลน์ของตัวเองว่า “ฉันดีใจจริงๆ สิ่งหนึ่งที่แน่นอนก็คือ เยอรมัน จะเป็นแชมป์”

ทั้งนี้ บาเยิร์น ที่คว้าแชมป์บุนเดสลีกา ไปตั้งแต่ก่อนจะจบฤดูกาลถึง 6 นัด มีคิวจะต้องลงเจอกับ “เสือเหลือง” เป็นการอุ่นเครื่องก่อน ในเกมลีกที่สนามซิกนัล อิดูน่า พาร์ค วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคมนี้พอดี

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ยื่นข้อเสนอมาร์โค รอยส์ เป็นค่าตัว38 ล้านยูโร

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หวังลองใจ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยการยื่นข้อเสนอก้อนโต 38 ล้านยูโร เป็นค่าตัว มาร์โค รอยส์ กองหน้าฟอร์มเด่น เพื่อกระชากตัวมาเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ แถมพร้อมเบิ้ลค่าเหนื่อยให้กับตัวนักเตะเพิ่มเป็น 2 เท่าจากที่รับอยู่ หลังโชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมมาตลอดฤดูกาลนี้

“เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอภิมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมยื่นข้อเสนอก้อนโตถึง 38 ล้านยูโร (ประมาณ 1,520 ล้านบาท) เพื่อกระชากตัว มาร์โค รอยส์ หัวหอกตัวเก่งจากอ้อมอก “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดทีมแห่งศึกบุนเดสลีกา รวมทั้งพร้อมเสนอค่าเหนื่อยล่อใจตัวนักเตะเพิ่มให้ 2 เท่าเป็น 71,000 ยูโร (ประมาณ 2.84 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์อีกด้วย ตามรายงานเมื่อวันอังคารที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ บอลถ้วย มีความเป็นไปได้ว่า กองหน้าวัย 23 ปี จะย้ายออกจากต้นสังกัดในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ดอร์ทมุนด์ หวังเก็บนักเตะสตาร์ดังของทีมเอาไว้รวมไปถึง รอยส์ และ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ กองหลังคนสำคัญ เพื่อสู้ศึกในฤดูกาลหน้า

แข้งดังชาวเมืองเบียร์ ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์กับค่าตัว 17.1 ล้านยูโร (ประมาณ 684 ล้านบาท) ที่ “เสือเหลือง” จ่ายให้กับ “สิงห์หนุ่ม” โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบลัค เพื่อกระชากตัวมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ มีโครงการที่ท้าทายและอาจดึงดูดใจเขาได้ โดยเตรียมทดสอบ ดอร์ทมุนด์ ด้วยการยื่นข้อเสนอก้อนโตให้พิจารณา

ด้าน ซิกิ เบกิริสไตน์ ผู้อำนวยการฟุตบอลของทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ มุ่งมั่นที่จะดำเนินการคว้าตัวผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทีมก่อนเริ่มต้นซีซั่นหน้า และมีหนึ่งในเป้าหมายลำดับต้นๆ กับการเซ็นสัญญากระชากตัว เอดินสัน คาวานี่ จอมถล่มประตู “อัซซูร่า” นาโปลี แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อย่างไรก็ตาม รอยส์ เป็นนักเตะที่ เบกิริสไตน์ ยืนยันว่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสของทีมในการคว้าแชมป์ลีกซีซั่นหน้า หลังจากปีนี้โดน “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่แข่งร่วมเมืองแย่งแชมป์ไปครอง

ขณะที่ผู้เล่นอย่าง เนย์มาร์ ดาวยิงพรสวรรค์ชาวแซมบ้า และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าชาวสวีดิช ยังคงเป็นที่จับตามองของ ซิตี้ อีกด้วย จากการที่พวกเขาวางแผนสำคัญเมื่อเตรียมยกเครื่องใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ และเตรียมลดค่าใช้จ่ายของทีมโดยพร้อมปล่อยนักเตะที่มีค่าเหนื่อยสูงหลายรายออกจากถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม รวมไปถึง เอดิน เชโก้, ซามีร์ นาสรี่ และ โจลีออน เลสค็อตต์

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับสโมสร “เรือใบสีฟ้า” ระบุผ่านเว็บไซต์ “โกล ดอท คอม” ว่า “แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มุ่งมั่นที่จะไม่ก่อความผิดพลาดซ้ำกับช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2012 และผลักดันการคว้าตัวนักเตะตามรายชื่อที่ต้องการล่วงหน้าในช่วงจบซีซั่นนี้ รอยส์ เป็นผู้เล่นคนหนึ่งที่สโมสรตั้งใจคว้าตัวในเร็วๆ นี้ พวกเขาหวังทดสอบ ดอร์ทมุนด์ และตัวนักเตะด้วยข้อเสนอที่คาดไม่ถึง”

อย่างไรก็ตาม “เสือเหลือง” ไม่มีปัญหาทางด้านการเงินหลังจากปล่อยตัว มาริโอ เกิทเซ่ จอมทัพตัวเก่ง ด้วยค่าตัว 37 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) ให้กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่ข่าวการย้ายทีมของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าโปแลนด์ ยังคงคลุมเครือ

รอยส์ ที่เหลือสัญญากับ ดอร์ทมุนด์ 4 ปี ทำผลงานในถิ่น ซิกนัล อิดูน่า พาร์ค ได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ เมื่อยิง 22 ประตู และผ่านบอลให้เพื่อนยิงอีก 18 ครั้ง รวมทั้งพาต้นสังกัดทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก (และมีโอกาสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ หลังนัดแรกเปิดบ้านเอาชนะ เรอัล มาดริด ได้ถึง 4-1)